ผลประเมินนี้มาจากไหน

แหล่งข้อมูล โมเดลที่ใช้ และวิธีประเมิน — อธิบายแบบเข้าใจง่าย

สรุปสั้น ๆ

  • เราไม่ได้คิดผลพยากรณ์ขึ้นเอง ระบบดึงผลพยากรณ์จาก 5 โมเดลของศูนย์อุตุนิยมวิทยาชั้นนำของโลกมาเทียบกัน
  • ก่อนรวม ระบบปรับแก้ "นิสัย" ของแต่ละโมเดลที่มักคาดเกินหรือขาด แล้วให้น้ำหนักโมเดลที่ทายแม่นในพื้นที่นั้นมากกว่า
  • ระดับเฝ้าระวัง–เตือนภัยขึ้นเมื่อโมเดล "ส่วนใหญ่" เห็นตรงกันว่าฝนจะถึงเกณฑ์ ไม่ได้ตัดสินจากโมเดลเดียว
  • ทุกวันระบบเทียบผลกับฝนที่วัดได้จริง และเปิดเผยความแม่นยำทั้งครั้งที่ทายถูกและครั้งที่พลาด
  • ประกาศของหน่วยงานทางการแสดงก่อนเสมอ ผลของเราเป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ประกาศของทางราชการ

ข้อมูลเดินทางอย่างไร

  1. ดึงผลพยากรณ์5 โมเดล · ทุกอำเภอ
  2. ปรับแก้ค่าเอนเอียงเทียบกับฝนที่วัดได้จริง
  3. รวมแบบถ่วงน้ำหนักตัวที่แม่นกว่าได้น้ำหนักมากกว่า
  4. ตัดสินระดับนับโมเดลที่เห็นตรงกัน
  5. ตรวจกับของจริงทุกวัน · เปิดเผยผล
ออกรอบเมื่อ 5 ต.ค. 2569 07:37 · ใช้ 5 โมเดล (M1, M2, M3, M4, M7)

ข้อมูลมาจากไหน

ระบบรับข้อมูลจากแหล่งต่อไปนี้เท่านั้น ทุกหน้าที่ใช้ข้อมูลจะระบุที่มาไว้ท้ายหน้า
แหล่งข้อมูลใช้ทำอะไรดึงข้อมูลดึงสำเร็จล่าสุด
กรมอุตุนิยมวิทยา — ข้อมูลตรวจวัดข้อมูลตรวจวัด: กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย หรือค่าที่วัดได้จริงจากสถานี — ประกาศแสดงเป็นต้นฉบับ ไม่ดัดแปลง ทุก 3 ชั่วโมง ยังไม่เคยดึงสำเร็จ
กรมอุตุนิยมวิทยา — ประกาศเตือนภัยประกาศ: กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย หรือค่าที่วัดได้จริงจากสถานี — ประกาศแสดงเป็นต้นฉบับ ไม่ดัดแปลง ทุก 1 ชั่วโมง 24 นาทีที่แล้ว
กรมอุตุนิยมวิทยา — แบบจำลองความละเอียดสูงแบบจำลอง: กรมอุตุนิยมวิทยา ผลพยากรณ์จากโมเดล: ฝน อุณหภูมิสูง-ต่ำ ความชื้น และลม ล่วงหน้า 10 วัน และรายชั่วโมง 72 ชั่วโมง ทุก 6 ชั่วโมง ยังไม่เคยดึงสำเร็จ
บริการรวมโมเดลสากล (7 โมเดล)ข้อมูลโมเดล: Open-Meteo.com (CC BY 4.0) ผลพยากรณ์จากโมเดล: ฝน อุณหภูมิสูง-ต่ำ ความชื้น และลม ล่วงหน้า 10 วัน และรายชั่วโมง 72 ชั่วโมง ทุก 3 ชั่วโมง 1 ชั่วโมงที่แล้ว
กรมควบคุมมลพิษ — คุณภาพอากาศคุณภาพอากาศ: กรมควบคุมมลพิษ ค่าฝุ่น PM2.5 ที่วัดได้จริงจากสถานีตรวจวัด ทุก 1 ชั่วโมง ยังไม่เคยดึงสำเร็จ
ผู้ช่วยเรียบเรียงข้อความ (AI)สรุปข้อความโดย AI จากตัวเลขของระบบ เรียบเรียงข้อความสรุปจากตัวเลขของระบบ (ไม่ได้พยากรณ์เอง) ทุก 3 ชั่วโมง ยังไม่เคยดึงสำเร็จ
  • ระบบดึงพยากรณ์ 1 จุดต่ออำเภอ (จุดกลางพื้นที่อำเภอ) ผลที่เห็นจึงเป็นภาพรวมระดับอำเภอ ไม่ใช่รายหมู่บ้าน
  • การพยากรณ์ไม่ได้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของใครเลย

โมเดลที่ใช้

"โมเดลพยากรณ์อากาศ" คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่คำนวณการเคลื่อนตัวของอากาศ ความชื้น และเมฆทั่วทั้งโลก จากข้อมูลตรวจวัดจำนวนมหาศาล (สถานีภาคพื้น ดาวเทียม บอลลูน เรือ เครื่องบิน) แต่ละศูนย์สร้างโมเดลของตัวเอง ผลจึงต่างกันบ้าง การดูหลายโมเดลพร้อมกันช่วยให้รู้ว่าผลไหน "เห็นตรงกัน" (มั่นใจได้มากขึ้น) และผลไหนยังไม่แน่นอน
โมเดลผู้พัฒนาความละเอียดน้ำหนักตอนนี้สถานะ
ECMWF IFSชื่อในระบบ: M1 · โมเดลยุโรป (สากล)โมเดลทั่วโลกที่หน่วยงานอุตุนิยมวิทยาหลายประเทศใช้อ้างอิง ระบบใช้รุ่นที่เปิดให้ใช้ทั่วไป ศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางแห่งยุโรป (ECMWF)ยุโรป (องค์กรร่วมของหลายประเทศ) ช่องละ ~25 กม. เท่ากัน ใช้อยู่
NOAA GFSชื่อในระบบ: M2 · โมเดลสหรัฐ (สากล)โมเดลทั่วโลกของสหรัฐฯ (Global Forecast System) ออกรอบใหม่วันละ 4 ครั้ง สำนักงานบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NOAA)สหรัฐอเมริกา ช่องละ ~13 กม. เท่ากัน ใช้อยู่
DWD ICONชื่อในระบบ: M3 · โมเดลเยอรมนี (สากล)โมเดลทั่วโลกของเยอรมนี ที่ประเทศไทยใช้รุ่นทั่วโลก กรมอุตุนิยมวิทยาเยอรมนี (DWD)เยอรมนี ช่องละ ~11 กม. เท่ากัน ใช้อยู่
JMA GSMชื่อในระบบ: M4 · โมเดลญี่ปุ่น (สากล)โมเดลทั่วโลกของญี่ปุ่น ความละเอียดหยาบกว่าตัวอื่น แต่ช่วยให้เห็นภาพลมมรสุมและพายุในภูมิภาคเอเชีย สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA)ญี่ปุ่น ช่องละ ~55 กม. เท่ากัน ใช้อยู่
TMD WRF 2 kmชื่อในระบบ: M5 · โมเดลกรมอุตุฯ ความละเอียดสูงแบบจำลองความละเอียดสูงของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไทย ช่องละ ~2 กม. — ยังไม่ใช้
TMD WRF 6 kmชื่อในระบบ: M6 · โมเดลกรมอุตุฯ ระดับภูมิภาคแบบจำลองระดับภูมิภาคของกรมอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยาประเทศไทย ช่องละ ~6 กม. — ยังไม่ใช้
UK Met Office Unified Modelชื่อในระบบ: M7 · โมเดลอังกฤษ (สากล)โมเดลทั่วโลกของอังกฤษ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาสหราชอาณาจักร (Met Office)สหราชอาณาจักร ช่องละ ~10 กม. เท่ากัน ใช้อยู่
  • ตอนนี้ระบบยังเก็บผลเทียบกับฝนจริงไม่พอ ทุกโมเดลที่ใช้อยู่จึงได้น้ำหนักเท่ากัน
  • "ความละเอียด" คือขนาดช่องตารางที่โมเดลใช้คำนวณ ช่องเล็กเห็นรายละเอียดพื้นที่มากกว่า แต่ไม่ได้แปลว่าแม่นกว่าเสมอไป
  • โมเดลที่ "ยังไม่ใช้" อยู่ในแผน แต่ระบบยังไม่ได้ดึงข้อมูลจริง จึงไม่มีผลต่อตัวเลขที่เห็น
  • ข้อมูลโมเดลสากลดึงผ่านบริการ Open-Meteo (Open-Meteo.com · สัญญาอนุญาต CC BY 4.0)

วิธีประเมิน ทีละขั้น

  1. 1

    ดึงผลจากทุกโมเดล

    ระบบดึงฝนรายวัน อุณหภูมิสูง-ต่ำ ความชื้น และลม ของทุกอำเภอจากทุกโมเดลที่ใช้อยู่ ทุก 3 ชั่วโมง ใช้เฉพาะผลที่อายุไม่เกิน 24 ชั่วโมง ถ้ารอบใหม่ดึงไม่ได้ หน้าจอยังแสดงผลรอบล่าสุดที่สำเร็จพร้อมเวลาออกรอบ

  2. 2

    ปรับแก้ "นิสัย" ของแต่ละโมเดล (ค่าเอนเอียง)

    บางโมเดลมักคาดฝนมากเกินจริงในบางพื้นที่ บางโมเดลคาดน้อยไป ระบบเทียบผลย้อนหลังกับฝนที่วัดได้จริง แล้วหักส่วนที่เกินหรือเติมส่วนที่ขาดก่อนนำมารวม — ทำเฉพาะกับฝน และเริ่มทำเมื่อมีคู่เทียบอย่างน้อย 30 ครั้ง

  3. 3

    รวมเป็นค่ากลางแบบถ่วงน้ำหนัก

    โมเดลที่ทายแม่นในพื้นที่นั้นจะได้น้ำหนักมากกว่า น้ำหนักมาจาก 2 อย่างในช่วง 90 วันที่ผ่านมา คือ ความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย (ยิ่งน้อยยิ่งดี) และสัดส่วนครั้งที่ทายระดับฝนถูก ทุกโมเดลได้น้ำหนักอย่างน้อย 3% เพื่อไม่ให้มุมมองของโมเดลใดหายไปทั้งหมด อำเภอที่ยังมีข้อมูลเทียบไม่พอใช้น้ำหนักระดับประเทศ

    น้ำหนัก ∝ 1 ÷ (ความคลาดเคลื่อนเฉลี่ย + 1 มม.) × (0.5 + 0.5 × สัดส่วนที่ทายถูก) แล้วปรับให้รวมกันได้ 100%
  4. 4

    บอกช่วงความไม่แน่นอน

    นอกจากค่ากลาง ระบบเก็บช่วง "ต่ำ–สูง" ที่ครอบคลุมผลของโมเดลส่วนใหญ่ (เปอร์เซ็นไทล์ที่ 10 ถึง 90) ช่วงกว้าง = โมเดลยังเห็นไม่ตรงกัน ควรติดตามรอบถัดไป

  5. 5

    "โอกาสฝน" คืออะไร

    คือร้อยละของโมเดลที่คาดว่าวันนั้นจะมีฝนตั้งแต่ 1 มม. ขึ้นไป เช่น 4 จาก 5 โมเดล = 80% — เป็นสัดส่วนของโมเดลที่เห็นตรงกัน ไม่ใช่ความน่าจะเป็นทางสถิติ

  6. 6

    ตัดสินระดับจากจำนวนโมเดลที่เห็นตรงกัน

    ระดับไม่ได้ดูจากค่าเฉลี่ยอย่างเดียว ระบบนับว่ามีกี่โมเดลที่คาดฝน 24 ชม. ถึงเกณฑ์ของแต่ละระดับ ถ้าถึงตั้งแต่ 50% ของโมเดลที่ใช้ (ตอนนี้ 3 จาก 5 โมเดล) จึงขึ้นระดับนั้น

    ระดับฝน 24 ชม. ตั้งแต่ความหมาย
    1 เฝ้าระวัง35.1 มม.ฝนตกหนัก — ติดตามข่าวสารใกล้ชิด
    2 เตรียมพร้อม90.1 มม.ฝนตกหนักมาก — เตรียมของจำเป็นและแผนเคลื่อนย้าย
    3 เตือนภัย150 มม.ฝนตกหนักมากถึงขั้นอันตราย — ทำตามคำแนะนำของหน่วยงานทางการ

    ระดับ 3 (เตือนภัย) บนเว็บสาธารณะเข้มกว่านั้น: ต้องมีโมเดลเห็นตรงกันมากกว่า 80% หรือเจ้าหน้าที่ตรวจและยืนยันแล้ว ถ้ายังไม่ถึงจะแสดงเป็นระดับ 2 ก่อน เพื่อไม่ให้ผลที่ยังไม่แน่นอนทำให้ตื่นตระหนก

    ระดับเหล่านี้คำนวณจากปริมาณฝนที่พยากรณ์ ไม่ใช่ระดับที่ทางราชการกำหนด

ลองดูตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ)

สมมติ 5 โมเดลคาดฝน 24 ชม. ของอำเภอหนึ่งเป็น 12 มม. · 38 มม. · 41 มม. · 47 มม. · 55 มม. และทุกโมเดลมีน้ำหนักเท่ากัน
ค่ากลาง (เฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)38.6 มม.
ช่วงต่ำ–สูง12 มม. – 55 มม.
โอกาสฝน100%
โมเดลที่ถึงเกณฑ์ระดับ 1 (35.1 มม.)4 จาก 5
โมเดลที่ถึงเกณฑ์ระดับ 2 (90.1 มม.)0 จาก 5
ต้องเห็นตรงกันอย่างน้อย3 โมเดล
ผล1 เฝ้าระวัง
ค่ากลาง 38.6 มม. ถึงเกณฑ์ระดับ 1 อยู่แล้ว แต่ที่ขึ้นระดับ 1 เพราะ 4 จาก 5 โมเดลเห็นตรงกัน ถ้ามีแค่ 1–2 โมเดลที่คาดฝนหนัก ระดับจะยังเป็น "ปกติ" แม้ค่ากลางจะสูง

เมื่อไรระบบส่งแจ้งเตือน

ผู้ที่สมัครรับแจ้งเตือน (Telegram · Web Push · อีเมล) ได้รับข้อความตามเกณฑ์ด้านล่าง ข้อความทุกฉบับระบุว่าเป็นการประเมินจากโมเดล
ระดับโมเดลเห็นตรงกันตั้งแต่มองล่วงหน้าไม่เกินการส่ง
1 เฝ้าระวัง 28% (2 จาก 5) 5 วัน รวมเป็นสรุปวันละครั้ง
2 เตรียมพร้อม 57% (3 จาก 5) 2 วัน ส่งทันที
3 เตือนภัย 71% (4 จาก 5) 1 วัน รอเจ้าหน้าที่ตรวจและยืนยันก่อนส่ง — ยกเว้นโมเดลเห็นตรงกันเกิน 80% จึงส่งทันที
ประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาส่งต่อเป็นข้อความต้นฉบับพร้อมลิงก์ ไม่ผ่านเกณฑ์ข้างบน

ความร้อนและฝุ่น PM2.5

ดัชนีความร้อน (อุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึก) คำนวณจากอุณหภูมิสูงสุดและความชื้นเฉลี่ยรายวันที่โมเดลพยากรณ์ ด้วยสูตรมาตรฐานของกรมอุตุนิยมวิทยาสหรัฐฯ (NWS) เกณฑ์อ้างอิงประกาศกรมอนามัย พ.ศ. 2567: ระดับ 1 ตั้งแต่ 42.0 °C (อันตราย) · ระดับ 2 ตั้งแต่ 52.0 °C (อันตรายมาก) — ช่วงเริ่มต้น 33–41.9 °C ของกรมอนามัยไม่ได้ใช้ส่งแจ้งเตือน เพราะเกิดเกือบทุกวันในหน้าร้อน

ค่าดัชนีความร้อนที่สถานีรายงานใช้ความชื้นช่วงบ่าย ส่วนของเราใช้ความชื้นเฉลี่ยทั้งวันจากโมเดล ตัวเลขจึงอาจต่างกันเล็กน้อย

ฝุ่น PM2.5 เป็นค่าที่วัดได้จริงจากสถานีของกรมควบคุมมลพิษภายใน 6 ชั่วโมงล่าสุด ไม่ใช่ค่าพยากรณ์ อำเภอที่ไม่มีสถานีจะไม่มีค่า เกณฑ์อ้างอิงดัชนีคุณภาพอากาศ พ.ศ. 2566: ระดับ 1 เมื่อถึง 38 µg/m³ (เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ) · ระดับ 2 เมื่อถึง 76 µg/m³ (มีผลกระทบต่อสุขภาพ)

ข้อความสรุปเขียนอย่างไร

  • ตัวเลขทุกตัวในข้อความสรุปมาจากตารางพยากรณ์โดยตรง ระบบเขียนข้อความจากแม่แบบก่อนเสมอ
  • เมื่อเปิดใช้ ระบบให้ AI (Claude ของบริษัท Anthropic) เรียบเรียงข้อความแม่แบบให้อ่านลื่นขึ้นเท่านั้น — AI ไม่ได้พยากรณ์ ไม่ได้คำนวณ และไม่เพิ่มคำแนะนำ ตัวเลข สถานที่ หรือวันที่ใหม่
  • ระบบตรวจซ้ำทุกครั้งว่าตัวเลขทุกตัวตรงกับแม่แบบ และไม่มีถ้อยคำที่ฟังเหมือนประกาศหรือคำสั่ง ถ้าไม่ผ่านจะใช้ข้อความจากแม่แบบแทน (จำกัดไม่เกิน 400 ครั้งต่อวัน)
  • ข้อมูลที่ส่งให้ AI มีแค่ตัวเลขรวมรายพื้นที่ ไม่มีข้อมูลส่วนบุคคล และใต้ข้อความสรุปจะบอกเสมอว่าเรียบเรียงโดย AI หรือแม่แบบ

เราตรวจความแม่นยำอย่างไร

ทุกวัน ระบบนำพยากรณ์ที่ออกล่วงหน้า 1–3 วันมาเทียบกับฝนที่วัดได้จริงในอำเภอเดียวกัน (สถานีของกรมอุตุนิยมวิทยา และค่าที่เจ้าหน้าที่บันทึก) แล้วนับ 3 อย่าง:

  • ทายระดับฝนถูก — พยากรณ์กับของจริงอยู่ช่วงเดียวกัน (ไม่เกิน 10 มม. · 10 มม.–90 มม. · มากกว่า 90 มม.)
  • เตือนทัน — วันที่ฝนจริงถึงเกณฑ์ระดับ 1 พยากรณ์บอกไว้ล่วงหน้ากี่ครั้ง
  • เตือนเกิน — วันที่พยากรณ์ว่าถึงเกณฑ์ แต่ฝนจริงไม่ถึงกี่ครั้ง

ผลทั้งหมดเปิดให้ดูได้ รวมครั้งที่พลาดด้วย และผลเดียวกันนี้ใช้คำนวณน้ำหนักของโมเดลในขั้นที่ 3

ดูความแม่นยำย้อนหลัง →

ข้อจำกัดที่ควรรู้

  • ผลเป็นภาพรวมระดับอำเภอ ฝนหนักเฉพาะจุดในช่วงสั้น ๆ (เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง) โมเดลทั่วโลกอาจจับได้ไม่ทัน
  • ยิ่งพยากรณ์ไกลวัน ความแม่นยำยิ่งลดลง ระบบจึงใช้แค่ไม่กี่วันข้างหน้าสำหรับการแจ้งเตือนระดับสูง
  • ระบบประเมินจากฝน ความร้อน และฝุ่นเท่านั้น ยังไม่ได้รวมระดับน้ำในแม่น้ำหรือการระบายน้ำของเขื่อน — เรื่องน้ำเหนือหรือเขื่อนให้ยึดประกาศของหน่วยงานทางการ
  • โมเดลนับฝนรายวันตามวันปฏิทิน ส่วนสถานีรายงานฝนสะสม 24 ชม. ตามรอบของตัวเอง ตัวเลขที่เทียบจึงอาจคลาดกันไม่กี่ชั่วโมง
  • ถ้าแหล่งข้อมูลขัดข้อง หน้าจอจะแสดงผลรอบล่าสุดที่สำเร็จ ควรดูเวลาออกรอบทุกครั้ง

ประกาศทางการมาก่อนเสมอ

ประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาแสดงบนสุดของทุกหน้าเป็นข้อความต้นฉบับ ไม่ดัดแปลง ระบบไม่เรียกผลของตัวเองว่า "ประกาศ" และถ้าข้อมูลของเราขัดกับประกาศทางการ ให้ยึดประกาศทางการ

ที่มาของข้อมูล: ประกาศ: กรมอุตุนิยมวิทยา · ข้อมูลโมเดล: Open-Meteo.com (CC BY 4.0)